23 เม.ย. 2569

Ziehl-Abegg Hosts Social Media Event for Senior Executives

 

Ziehl-Abegg Hosts Social Media Event for Senior Executives

More than 40 managing directors and board members from industry, commerce, banking and associations recently accepted Ziehl-Abegg’s invitation to Kupferzell, Germany for “Social Media for Decision-Makers,” an event focused on the strategic relevance of social media with LinkedIn taking center stage as a platform for visibility and positioning. Ziehl-Abegg deliberately brought together senior executives from a wide range of sectors to discuss opportunities, challenges and practical approaches at a strategic level. A key highlight was the keynote delivered by social media expert Felix Beilharz, who provided a nuanced analysis of platforms such as LinkedIn in the context of visibility, recruitment and corporate communications. The subsequent discussion allowed participants to share experiences, explore concrete questions and compare perspectives – both in direct dialogue with Felix Beilharz and among themselves. Through events such as this, Ziehl-Abegg actively fosters dialogue on future-oriented topics while simultaneously showcasing the region as a strong and dynamic business location, the company said.

Social Media with LinkedIn becomes a board-level priority


2 ก.พ. 2567

ประเภทของพัดลมโรงงาน มีกี่ประเภท

พัดลมโรงงานมีหลายประเภท แต่ละประเภทมีลักษณะและการใช้งานที่แตกต่างกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของแต่ละสถานที่ ประเภทหลัก ๆ ของพัดลมโรงงาน ได้แก่:



1.พัดลมแบบ Axial (พัดลมแกนเพลา):

  • ใช้ใบพัดที่หมุนรอบแกนเพื่อผลักอากาศในทิศทางที่เดียวกับแกนของใบพัด
  • ทำงานได้ดีเมื่อต้องการเคลื่อนย้ายปริมาณอากาศใหญ่ แต่มีแรงดันน้อย
  • ใช้ในการระบายอากาศ, ระบบระบายความร้อน, หรือในพื้นที่เปิด

2.พัดลมแบบ Centrifugal (พัดลมแรงเหวี่ยง):

  • มีใบพัดที่หมุนภายในตัวหอพัด สามารถสร้างแรงดันอากาศสูง
  • ใช้ในการเคลื่อนย้ายอากาศที่ผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรม หรือเมื่อต้องการแรงดันอากาศสูง
  • พบได้บ่อยในระบบทำความเย็น, ระบบระบายอากาศ, หรือการขจัดฝุ่นและก๊าซ

3.พัดลมกันระเบิด (Explosion Proof Fans):

  • ออกแบบมาสำหรับใช้ในสภาพแวดล้อมที่มีศักยภาพในการเกิดระเบิดหรือไฟไหม้
  • ปลอดภัยสำหรับการใช้งานในโรงงานเคมี, โรงกลั่นน้ำมัน, หรือโรงงานที่มีการจัดการกับวัสดุไวไฟ

4.พัดลมติดผนัง (Wall-Mounted Fans):

  • ติดตั้งบนผนัง เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่
  • ใช้เพื่อระบายอากาศและลดความชื้นในพื้นที่เล็กๆ หรือในจุดที่ต้องการการระบายอากาศเฉพาะจุด

5.พัดลมตั้งพื้น (Floor Fans):

  • พัดลมแบบพกพาที่สามารถวางได้บนพื้น เหมาะสำหรับการใช้งานชั่วคราวหรือเคลื่อนย้ายไปยังตำแหน่งต่างๆ ได้ง่าย
  • ใช้ในพื้นที่ทำงาน, โรงเก็บสินค้า, หรือเป็นการชั่วคราวเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ

6.พัดลมแบบพิเศษ (Specialty Fans):

  • ออกแบบมาสำหรับงานที่เฉพาะเจาะจง เช่น พัดลมสำหรับเป่าลมร้อน, พัดลมสำหรับสภาพแวดล้อมที่เปียกชื้น, หรือพัดลมสำหรับการระบายควัน
  • มักจะมีการออกแบบที่เฉพาะ

7.พัดลมระบายอากาศ ทำหน้าที่ระบายอากาศร้อนและความชื้นออกจากโรงงาน นิยมใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ เช่น โรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่ม โรงงานผลิตสารเคมี โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

8.พัดลมดูดควัน ทำหน้าที่ดูดควันและฝุ่นละอองออกจากพื้นที่การทำงาน นิยมใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ เช่น โรงงานประกอบรถยนต์ โรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่ม โรงงานผลิตยา เป็นต้น

9.พัดลมขับอากาศ ทำหน้าที่ขับอากาศร้อนหรืออากาศเสียออกจากโรงงาน นิยมใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ เช่น โรงงานผลิตเหล็ก โรงงานผลิตเซรามิก โรงงานผลิตปูน เป็นต้น

10.พัดลมไอน้ำ ทำหน้าที่พ่นละอองน้ำเพื่อระบายความร้อนและความชื้นออกจากโรงงาน นิยมใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ เช่น โรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่ม โรงงานผลิตยา โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

เจาะจงเพื่อรองรับความต้องการในการใช้งานที่ไม่เหมือนใครหรือในสภาพแวดล้อมที่มีความท้าทายเฉพาะ

แต่ละประเภทของพัดลมโรงงานมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการใช้งานในสถานที่และสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกพัดลมโรงงานที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับความต้องการเฉพาะของแต่ละโรงงานหรือพื้นที่ที่จะใช้งาน.

บริษัท ชินโค ไคเซ็น จํากัด เป็นผู้จัดจำหน่าย ให้เช่า ออกแบบ ติดตั้ง 

พัดลมอุตสาหกรรม มาตรฐานญี่ปุ่น ยี่ห้อ ONISHI ท่อลม เครื่องเชื่อมอุตสาหกรรม PANASONIC และอุปกรณ์ไฟฟ้าคุณภาพสูงให้กับหลากหลายสาขาอุตสาหกรรม

บริษัทของเรามีสินค้าให้เลือกหลากหลาย เช่น พัดลมอุตสาหกรรม โอนิชิ (Onishi) พัดลมระบายอากาศ พัดลมกันระเบิด พัดลมถังกลม พัดลมท่อ พัดลมโรงงาน พัดลมฟาร์ม ระบบ EVAP พัดลมโบลว์เวอร์ รวมถึง ท่อส่งลม ท่อลมผ้าใบ ท่อลมกระดูกงู ท่อลมดัดได้ ท่อลมคงรูป ท่อดักท์ ถุงกรองฝุ่น และ เครื่องเชื่อม พานาโซนิค (Panasonic)

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม Add Line หรือ โทร. 086-399-4401, 083-777-6813

7 พ.ย. 2566

ขั้นตอนการส่งเอกสารด่วน

ขั้นตอนการส่งเอกสารด่วน


การส่งเอกสารด่วนเป็นเรื่องสำคัญเมื่อต้องการให้เอกสารถึงปลายทางอย่างรวดเร็วและปลอดภัย. นี่คือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับวิธีการส่งเอกสารด่วน:

1. บริการขนส่งด่วน (Courier Service):

  • เลือกบริการขนส่งด่วนที่มีชื่อเสียงในการส่งพัสดุแบบด่วนและมีรีวิวที่ดีจากลูกค้า.
  • ควรตรวจสอบเงื่อนไขการให้บริการ รวมถึงระยะเวลาการส่ง, การประกันการส่ง, และค่าใช้จ่าย.

2. บริการส่งเอกสารออนไลน์:

  • หากเอกสารสามารถส่งในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล, คุณสามารถส่งผ่านช่องทางอีเมล, โครงการการแชร์ไฟล์เช่น Dropbox, Google Drive, หรือ Microsoft OneDrive.
  • ในกรณีของเอกสารที่สำคัญหรือมีความลับ, ควรใช้การเข้ารหัสและตรวจสอบการยืนยันตัวตนของผู้รับเอกสาร.

3. ส่งผ่านบริการไปรษณีย์:

  • ส่งเอกสารผ่านบริการไปรษณีย์ด่วน, เช่น EMS หรือบริการส่งด่วนอื่น ๆ ที่มีในประเทศของคุณ.

4. บริการมอเตอร์ไซค์รับส่ง:

  • ในเมืองที่มีการจราจรแออัด, บริการมอเตอร์ไซค์รับส่งสามารถเป็นวิธีที่ดีในการส่งเอกสารไปยังปลายทางอย่างรวดเร็ว.

5. แอปพลิเคชันรับส่ง:

  • มีแอปพลิเคชันรับส่งที่สามารถจองบริการรับส่งเอกสารด่วนได้, จากนั้นมีพนักงานจากแอปนั้นจะมารับเอกสารที่คุณและส่งตรงไปยังปลายทาง.

เมื่อคุณเลือกวิธีการส่งเอกสาร, ควรตรวจสอบว่าบริการนั้นเสถียร, มีการรับประกัน, และสามารถติดตามสถานะของเอกสารที่ส่งได้.

ทำไมต้องเลือก TD Express ในการขนส่งเอกสาร

  1. บริษัท TD Express เปิดมานานกว่า 30 ปี มีประสบการณ์และความชำนานในการดำเนินธุรกิจแมสเซนเจอร์ มีลูกค้าใช้บริการต่อเนื่องกว่า 30 ปี
  2. ใช้บริการ TD Express ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
  3. TD Express ให้บริการแมสเซนเจอร์ครอบคลุมกรุงเทพและปริมณฑล
  4. มีทีมงาน Admin Support สำหรับดูแลและประสานงานแก้ไขปัญหาระหว่างแมสเซนเจอร์ และลูกค้าทุกราย
  5. มีทีมแมสเซนเจอร์ทดแทนงาน 100 %
  6. พนักงานแมสเซนเจอร์ของเรามีความซื่อสัตย์และไว้ใจได้เนื่องจากมีการสัมภาษณ์และตรวจประวัติอาชญากรรม 100 %

TD Express Training
มีการฝึกอบรมพนักงานใหม่ก่อนส่งไปปฏิบัติงานจริงกับลูกค้าเพื่อให้พนักงานปฏิบัติงานกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Call Center (Service Tracking)
มีทีม Call center สำหรับให้ลูกค้าติดต่อประสานงานหรือติดตามงาน ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-17.00 น

ช่องทางการติดต่อ TD Express
Email : info@tdexpress.co.th
Tel : 02-562-0218 -9
Line : https://lin.ee/AeR1sIP
ข้อมูลเพิ่มเติม :
👉 https://www.tdexpress.co.th/

#บริการขนส่งเอกสาร #แมสเซนเจอร์ส่งของ #แมสเซนเจอร์ส่งเอกสาร #รับวางบิล #รับเช็ค #บริษัทรับส่งเอกสาร #แมสเซ็นเจอร์ส่งเอกสาร

16 ก.ย. 2565

ทำไม “โรงงานมาตรฐาน GMP” ถึงเป็นโรงงานที่ปลอดภัยต่อการบริโภค

 


โรงงานต่างๆ ที่การันตีเรื่องความปลอดภัยในด้านการผลิต จะได้รับรอง Good manufacturing practice (GMP) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สำคัญอย่างมากไม่ว่าจะอุปโภค บริโภค ในประเทศไทยจะมีมาตรฐานที่รับรองแบบ Good manufacturing practice (GMP) ในด้านมาตรฐานทางด้านอุตสาหกรรม ซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งชื่อว่า “โรงงานมาตรฐาน GMP” ที่ไปตามโรงงานไหนก็ตาม จะต้องมียืนยันเสมอ โดยเป็นระบบเพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการผลิตและควบคุมอย่างสม่ำเสมอตามคุณภาพ ออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการผลิตจากสารเคมีใดๆ ที่ไม่สามารถกำจัดได้โดยการทดสอบผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายจากโรงงานอุตสาหกรรม

 

เป้าหมายหลักของโรงงานมาตรฐาน GMP คือการผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภคคุณภาพสูงอย่างสม่ำเสมอซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากลที่จำเป็นสำหรับการดูแลสุขภาพ ที่มีการจัดการอย่างมีความรับผิดชอบจากโรงงานอุตสาหกรรม กระบวนการที่ใช้ในการผลิตได้รับการควบคุมอย่างระมัดระวัง และการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในกระบวนการต้องได้รับการประเมิน โดยสินค้ากลุ่มนี้จะได้รับรองมาตรฐาน จนนำไปสู่การออกใบอนุญาต และการรับรองในการผลิตกลุ่มสินค้าดังนี้

·        อาหารและเครื่องดื่ม : สินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม จำเป็นต้องมีการรับรองมาตรฐานจาก โรงงานมาตรฐาน GMP เสมอ เพราะเป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ จะต้องไม่มีสารอันตรายใดๆ เลย เช่น เนื้อสัตว์ พืชผักผลไม้ แม้แต่อาหารสัตว์ จะต้องผ่าน QC จากโรงงานที่ผลิตเสมอ เพื่อมั่นใจได้ว่าผู้ที่ซื้อสินค้าไป จะไม่ได้รับอันตรายจากการกิน

·        เครื่องสำอาง : สินค้าด้านความงามและเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเครื่องสำอางตกแต่งใบหน้า หรือผลิตภัณฑ์ดูแลสภาพผิว จะต้องรับมาตรฐานจากโรงงานมาตรฐาน GMP ก่อนที่จะดำเนินการทำเรื่องขอ อย. เป็นรายการสุดท้าย ในประเทศไทยสามารถขอได้และต้องผ่าน QC มีการทดสอบอาการแพ้ก่อนถึงจะได้ผ่านการทดสอบในตรงนี้ได้ จนกว่าจะแน่ใจว่าสารที่ใช้เหมาะสม เช่น ไม่มีสารพาราเบน

·        ผลิตภัณฑ์ยารักษาโรค : เนื่องด้วยสินค้ากลุ่มนี้เป็นสินค้าด้านอุตสาหกรรม จะต้องมีการรัดกุมด้านความปลอดภัยในการจัดการเวชภัณฑ์ ซึ่งจะขาดมาตรฐานโรงงานมาตรฐาน GMP ไม่ได้เลย จะต้องมีการตรวจสอบทั้งมาตรฐานการผลิต การทดสอบ การจัดจำหน่าย ว่าจะต้องไม่มีสารปนเปื้อนและส่งผลต่อการใช้ยาและเวชภัณฑ์ในอนาคต

·        อาหารเสริม : ในกลุ่มนี้จะคล้ายๆ กับข้อก่อนหน้า แต่จะต้องใช้ส่วนผสมที่ไม่อันตราย สามารถทานได้ทุกวัย ซึ่งต่างจากเวชภัณฑ์ที่ต้องมีการจำกัดวัยที่เหมาะสม จะต้องได้รับโรงงานมาตรฐาน GMP เช่นกัน ก่อนนำไปสู่การขอ อย.ในขั้นต่อไป

·        อุปกรณ์ทางการแพทย์ : แม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งที่ทานได้ แต่อุปกรณ์การแพทย์จะต้องเป็นเกรดที่ไม่มีสารตกค้าง หรือผู้ทำงานในสายแพทย์ พยาบาล จะใช้ได้โดยไม่ส่งผลกระทบกับคุณภาพชีวิต และลดการกระจายรังสี (วัสดุบางอย่างจะมีบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับรังสีเทคนิคด้วย) จะต้องมีการรับรองโรงงานมาตรฐาน GMP ด้วยเช่นกัน เพื่อความปลอดภัยและมีความสะอาดเป็นหลัก

ข้อบังคับโรงงานมาตรฐาน GMP ต้องการแนวทางคุณภาพในการผลิต ซึ่งช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถลดหรือขจัดข้อผิดพลาดต่างๆ ของการปนเปื้อนของมลพิษ การปะปนกันของสารเคมี และสภาพสินค้าเสื่อมคุณภาพได้ เพื่อป้องกันผู้บริโภคจากการซื้อสินค้าที่ไม่มีประสิทธิภาพหรือเป็นอันตรายในระยะยาว และเป็นสิ่งที่หลายๆ โรงงานในประเทศไทยจะมีมาตรฐานของโรงงานมาตรฐาน GMP เข้ามาด้วยเสมอ โรงงานมาตรฐาน GMP เกิดขึ้นจากการออกกฎหมายเพราะโศกนาฏกรรมที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค ที่ไม่ได้มาตรฐานและขาดความรับผิดชอบ ทำให้คนจำนวนมากเสียชีวิต บาดเจ็บ หรือทุพพลภาพตามมา การมีมาตรฐานโรงงานมาตรฐาน GMP รับรองว่าผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่เราใช้นั้นปลอดภัย บริสุทธิ์ มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ

 

จะสรุปได้ว่ามาตรฐานจากรายการตรวจสอบแนวทางปฏิบัติที่ดีในการผลิตหรือโรงงานมาตรฐาน GMP เป็นเครื่องมือที่ใช้โดยผู้ผลิตเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์อาหาร ยา การแพทย์ และเครื่องสำอางมีคุณภาพสม่ำเสมอและเป็นไปตามมาตรฐานการผลิต และช่วยรับรองการออกแบบที่เหมาะสมทั้งบรรจุภัณฑ์ การระบุสารที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค โดยจะมีการเฝ้าติดตาม ยกระดับการควบคุมกระบวนการผลิตและสิ่งอำนวยความสะดวก ในขณะเดียวกันก็รักษาเอกลักษณ์ ความแข็งแกร่ง และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไว้ได้ดี แน่นอนว่าโรงงานมาตรฐาน GMP มีข้อดีเยอะกว่าที่คิด ช่วยให้ผู้ผลิตปรับปรุงการผลิตสินค้าของตน เมื่อปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง จะส่งเสริมความสอดคล้องในขั้นตอนและผลิตภัณฑ์ภายในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงของการเรียกคืน การปนเปื้อน และการสูญเสียผลกำไรที่ตามมา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://steelframebuilt.com/

15 ก.ค. 2558

รูปแบบการวางสินค้าและอุปกรณ์ช้ันวางสินค้า

การวางผงคลังสินค้าต้องคำนึงถึง องค์ประกอบหลายด้านองคประกอบที่สําคญที่สุดคือรูปแบบของการจดวางสินค้าและอุปกรณ์ที่ใชในการจัดเก็บ (ชั้นวางไม้) รายละเอียดต่อไปน้ีจะแสดงถึงข้อมูลเบื้องต้นของรูปแบบการวางสินคาและอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดเก็บสินค้าแบบต่าง ๆ

1. Block Stacking


2. Selective Pallet Racking


3. Drive in Racking


4. Pallet flow rack


5. Mobile pallet racking






5 ปัจจัยสำคัญ ของกลยุทธ์การจัดการสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพ


กลยุทธ์การจัดการสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพ คือแนวทางทรงคุณค่าที่ช่วยให้ผู้บริหารการขนส่งสินค้า สามารถ ประหยัดต้นทุนและเวลา เมื่อกล่าวถึงการบริหารจัดการคลังสินค้า จะมีปัจจัยสำคัญหลายประการที่ผู้จัดการกองงานขนส่งสินค้าต้องคำนึงถึง ปัจจัยสำคัญที่สุดคือการตระหนักว่าต้นทุนสินค้าคงคลังอาจบานปลายได้สูงกว่าราคาเริ่มต้นในการจัดซื ้อวัสดุภัณฑ์ ปัจจัยอื่นๆที่มี ให้พิจารณาร่วมได้แก่ ค่าใช้จ่ายต่อเนื่องสำหรับการเก็บรักษาสินค้าและพื ้นที่ในการจัดเก็บ รวมทั ้งความแตกต่างของประเภท สินค้า การคำนวณปริมาณการเติมเต็มคลังสินค้าที่แม่นยำ แและการหาจุดตัดเวลาที่เหมาะสมในการสั่งสินค้ารอบใหม่ นอกจากนี ้ ก าลังคนและชั ้นเชิงที่จำเป็ นต่อกลยุทธ์สินค้าคงคลังที่ดี ควรสมดุลกับขนาดและความซับซ้อนของคลังสินค้า รวมถึงเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง นั่นก็คือต้นทุนสินค้าคงคลังที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ ต่อไปนี ้คือ 5 ปัจจัยสำคัญสูงสุด ที่ผู้จัดการ ขนส่งสินค้าควรคำนึงถึงในการพัฒนาหรือหรือการฟื ้นฟูแผนการจัดการสินค้าคงคลัง


27 ก.ย. 2556

“Green Logistics” เทรนด์ หรือข้อจำกัดทางการค้า?


   ได้เริ่มมีบทบาทต่อกระบวนการค้า การขนส่ง และการส่งมอบสินค้า เป็นแนวโน้มของโลกในการให้ความสำคัญต่อการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจาก การเผาผลาญพลังงานในรูปแบบต่างๆในภาคการขนส่ง รวมถึงการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไปทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างสิ้นเปลืองและไม่ คุ้มประโยชน์ กระแสของ Green Logistics เป็นการให้ความสำคัญต่อมิติการบริหารจัดการโลจิสติกส์ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ที่จะมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาวะโลกร้อน รวมถึง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกิดจากกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ โดยที่กิจกรรมโลจิสติกส์จะเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้าย รวบรวม จัดเก็บ กระจายสินค้า ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาคการขนส่งไม่ว่าจะเป็นการใช้โหมดการขนส่งประเภทใด ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยังใช้พลังงานในรูปของน้ำมันฟอสซิล ขณะที่ภาคการผลิตได้เริ่มหันกลับไปใช้พลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานอื่น ซึ่งส่วนหนึ่งได้มีการพัฒนาไปสู่พลังงานที่ได้จากแสงแดด พลังงานลม ขณะที่ภาคขนส่งยังต้องพึ่งพิงการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะปล่อยของเสียกลับไปในรูปของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นอกจากนี้ กิจกรรมการเคลื่อนย้าย และการจัดเก็บสินค้าในภาคโลจิสติกส์ ยังเกี่ยวข้องกับการใช้บรรจุภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งกว่าร้อยละ 86-88 จะอยู่ในรูปกล่องกระดาษหรือแพคเกจจิ้งที่ทำจากกระดาษ ซึ่งวัตถุดิบที่สำคัญในการผลิตกระดาษก็จะเป็นการใช้เยื่อไม้ ซึ่งล้วนแต่เป็นทรัพยากรทางธรรมชาติ    Green Logistics จึงมุ่งเน้นไปที่การนำวัสดุที่ใช้ในการบรรจุภัณฑ์ให้สามารถนำไป     รีไซเคิลใหม่ และพยายามหลีกเลี่ยงบรรจุภัณฑ์ที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ไม้พาเลทหรือแท่นรองสินค้า ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์สำคัญในการลำเลียงสินค้า ทั้งในคลังสินค้าและการขนส่ง ส่วนใหญ่ยังทำจากวัสดุที่เป็นไม้ ถึงแม้ว่าไม้เหล่านั้นจะมาจากการทำสวนเกษตร แต่ก็ยังเป็นการรบกวนสิ่งแวดล้อม ซึ่งแนวคิดสมัยใหม่กระแสของไม้พาเลทที่ทำจากพลาสติกหรือกระดาษกำลังเริ่มได้ รับความนิยม เพราะสามารถนำกลับมา Re-Use และหรือนำกลับมา Recycle ได้อีกปัจจุบันในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ได้เริ่มมีข้อจำกัดทางการค้าที่เกี่ยวข้องกับ Green Logistics โดยเริ่มออกมาเป็นมาตรการให้ผู้นำเข้ามีความเข้มงวดในการเลือกใช้ซัพพลาย เออร์ที่มีระบบ Green Logistics ซึ่งกระแสนี้จะยิ่งมาแรงเห็นได้จากมาตรการการนำเข้าสินค้าประเภท อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ จะเริ่มมีการกำหนดให้ผู้นำเข้าจะต้องมีกระบวนการในการทำลาย หรือส่งกลับคืนซาก ให้กับประเทศที่ส่งออก ซึ่งกระบวนการโลจิสติกส์ เรียกว่า “Reverse Logistics”   ซึ่งศัพท์นี้ก็มีความหมายที่กว้างกว่านี้มาก นอกจากนี้ หลายประเทศเริ่มมีมาตรการรังเกียจการใช้ไม้ปิดหน้าตู้คอนเทนเนอร์และหรือการ ใช้แผ่นพาเลทที่ทำจากไม้ ซึ่งถือว่าไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะนอกจากเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและอาจมีการปนเปื้อนแมลงที่ฝังอยู่ ในเนื้อไม้ ไปกระทบกับสิ่งแวดล้อมในประเทศนั้นๆ เช่น ประเทศออสเตรเลีย และยุโรปบางประเทศ ก็ห้ามมีการใช้วัสดุเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยทั้งภาครัฐและเอกชนยังไม่ให้ความสำคัญต่อกระบวนการจัดการ Green Logistics มาเท่าที่ควร เห็นได้จากระบบการขนส่งของไทยเกือบร้อยละ 88 อยู่ในโหมดการขนส่งทางถนน ซึ่งมีการใช้น้ำมันสูงกว่าการขนส่งทางราง 3.5 เท่า และสูงกว่าการขนส่งทางน้ำถึง 7 เท่า ซึ่งการขนส่งทางรถไฟมีสัดส่วนอยู่เพียงร้อยละ 2 ซึ่งถือว่าต่ำมาก ส่งผลให้ต้นทุน         โลจิสติกส์ของไทยสูงกว่าประเทศคู่แข่ง ซึ่งการใช้น้ำมันในภาคการขนส่ง มีปริมาณที่สูงกว่าภาคการผลิต นอกเหนือจากการที่ทำให้ประเทศไทยต้องเสียเงินตราต่างประเทศในการนำเข้า น้ำมันแล้ว ยังส่งผลต่อสภาวะมลพิษทางอากาศ ยิ่งจังหวัดใดอยู่ในพื้นที่ที่เป็น HUB ของการขนส่งและกระจายสินค้า ก็จะได้รับผลกระทบมากเป็นทวีคูณ ทั้งนี้ แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการ Green Logistics จะเกี่ยวข้องกับ
1.   Eco-Drive ในการสร้างจิตสำนึกในการขับขี่ของพนักงานขับรถบรรทุก เพื่อลดสภาวะการใช้น้ำมันสิ้นเปลือง และการดูแลเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ที่จะไม่ปล่อยไอเสียรบกวนสิ่งแวดล้อม
2.   Backhaul & Full Truck Load เกี่ยวข้องกับการจัดการใช้ประโยชน์จากการใช้เชื้อเพลิงให้ได้อรรถประโยชน์ สูงสุด ด้วยการลดการขนส่งเที่ยวเปล่าและการบรรทุกสินค้าให้เต็มรถ แต่ก็ต้องไม่เกินพิกัดน้ำหนักที่กฎหมายกำหนด เพราะการที่รถบรรทุกน้ำหนักเกินพื้นถนนรองรับได้  ก็ถือเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมเช่นกัน
3.   Eco-Packaging เป็นการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการลำเลียงสินค้า ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และหรือนำกลับมารีไซเคิลในกระบวนการผลิตได้ใหม่
4.   Modal Shift การปรับเปลี่ยนระบบการขนส่งไปสู่โหมดที่ประหยัดพลังงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาครัฐที่จะต้องเร่งให้ความสำคัญต่อการพัฒนาระบบการขนส่ง ทางราง ทางแม่น้ำ และทางชายฝั่งทะเล
ทั้งนี้ เรื่องของ Green Logistics นอกเหนือจากภาครัฐจะต้องเร่งออกกฎเกณฑ์และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในการ เพิ่มประสิทธิภาพของการขนส่งทางราง ในภาคเอกชนจะเกี่ยวข้องกับจิตสำนึกในการรักษาสภาวะแวดล้อม เป็นเรื่องของบรรษัทภิบาลหรือ Good Governance โดยการใช้พลังงานที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด เช่น การปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงของรถบรรทุกเป็น NGV ซึ่งอาจจะต้องลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องหลายแสนบาท แต่ในระยะยาวก็คุ้มค่าทั้งต่อต้นทุนที่ลดลงและผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อม กระแสของ Green Logistics คงจะเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการโลจิสติกส์และภาคผู้ส่งออกจะต้องให้ความสำคัญ ซึ่งในอนาคตอันใกล้หลายประเทศจะใช้เป็นข้อจำกัดในรูปแบบของ NTB หากไม่ปรับตัวก็จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

20 ก.ย. 2556

การจัดทำมาตรฐานอาเซียน เพื่อรองรับ AEC


ในปี 2015 ที่อาเซียนจะรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ซึ่งประเทศในกลุ่มอาเซียนจะกลายเป็นเขตการผลิตเดียว ตลาดเดียว ซึ่งจะสามารถเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตได้อย่างเสรี สามารถดำเนินกระบวนการผลิตที่ไหนก็ได้ สามารถใช้ทรัพยากรจากแต่ละประเทศ ทั้งวัตถุดิบ แรงงานร่วมกันในการผลิต มีมาตรฐาน และกฎระเบียบเดียวกัน
   โดยในการเตรียมความพร้อมในส่วนของประเทศไทยที่จะก้าวสู่ AEC นั้น หลายๆ หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนได้พยายามสร้างความตื่นตัวแก่ผู้ประกอบการเพื่อให้พร้อมรับการการแข่งขันอย่างเสรีที่จะเกิดขึ้นในปี 2015 ที่กำลังจะมาถึงไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ผู้ประกอบการจะได้รับซึ่งจะช่วยส่งเสริมการค้าระหว่างกัน, การปรับปรุงการบริหารงานภายในบริษัทเพื่อให้พร้อมกับการเข้ามาแข่งขันของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่จะเข้ามาลงทุนมากขึ้นเพื่อมิให้เกิดการผูกขาดทางธุรกิจ, การเรียนรู้ที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารงาน และสร้างความได้เปรียบ หรือแม้กระทั่งการยกระดับการบริหารงานในด้านต่างๆ ให้มีความเป็นสากล และมีมาตรฐานซึ่งจะเป็นเสมือนกลไกในการควบคุมสินค้า และบริการภายในอาเซียน
   ดังนั้นการจัดทำมาตรฐานด้านโลจิสติกส์ในระดับอาเซียนก็จะถือเป็นสิ่งสำคัญที่ จะช่วยสนับสนุนให้เปิด AEC เป็นไปอย่างมีแบบแผน และเกิดประสิทธิภาพ โดยหากคิดง่ายๆ ถ้าประเทศต่างๆ ในอาเซียนมีมาตรฐานด้านโลจิสติกส์เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยมีอุปกรณ์ในการเคลื่อนย้ายสินค้าที่เป็นมาตรฐาน มีระบบการสื่อสารและการจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและเป็นระบบเดียวกันทั้งอาเซียน รวมถึงมีกฎระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายด้านโลจิสติกส์ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะเป็นกรอบการดำเนินงาน และเป็นเสมือนข้อกำหนดเบื้องต้นในการทำธุรกิจร่วมกัน และเป็นเครื่องมือที่จะช่วยลดความยุ่งยากซ้ำซ้อนที่เกิดขึ้น
   ทั้งนี้ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการจัดทำมาตรฐานดังกล่าว ที่จะเข้ามามีส่วนช่วยส่งเสริมการค้า และการเปิด AEC ที่กำลังจะถึง ดังนั้น กพร. จึงได้มีการจัดทำโครงการยกระดับมาตรฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทยสู่มาตรฐานระดับสากล ซึ่งสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออกฯ) ได้ร่วมกับสถาบันวิทยาการ โซ่อุปทาน มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้เห็นถึงความสำคัญในการจัดทำมาตรฐานด้านโลจิสติกส์ จึงได้เข้าร่วมเป็นที่ปรึกษาของโครงการโดยเนื้อหาของโครงการนั้นจะศึกษามาตรฐานด้านโลจิสติกส์ด้านต่างๆ ของประเทศไทยใน 3 หมวดหมู่ได้แก่
      - มาตรฐานด้านอุปกรณ์โลจิสติกส์เพื่อการขนย้ายสินค้าข้ามพรมแดน อาทิ มาตรฐานของบรรจุภัณฑ์ในการขนส่ง, มาตรฐานของแท่นรองรับสินค้า, มาตรฐานของตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงมาตรฐานอุปกรณ์ในการขนส่งสินค้าอันตราย
      - มาตรฐานของระบบเครื่องมือสื่อสารเพื่อการจัดการข้อมูล ได้แก่ บาร์โค้ด, มาตรฐานระบบ NSW , RFID และมาตรฐานด้านฐานข้อมูลโลจิสติกส์
      - มาตรฐานด้านกฎระเบียบ/ข้อบังคับ ในการขนส่งสินค้าข้ามแดน ซึ่งจะรวมถึงกฎระเบียบทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และ กฎหมายขนส่งต่อเนื่อง (MTO) รวมถึงกฎหมายของการขนส่งสินค้าอันตราย
   โดยจะการศึกษานั้นจะพิจารณามาตรฐานโลจิสติกส์ในส่วนของประเทศไทยทั้ง 3 ด้านโดยดูว่าประเทศไทยมีมาตรฐานในด้านใดบ้าง พร้อมทั้งรวบรวมข้อมูลมาตรฐานโลจิสติกส์ในทั้ง 3 ด้านของประเทศในกลุ่มอาเซียน และอาเซียน+6 และเปรียบเทียบมาตรฐานทั้ง 3 ด้านของไทยกับประเทศอื่นๆ และคัดเลือกมาตรฐานด้านโลจิสติกส์ของไทยที่ควรปรับปรุง และจัดทำเป็นมาตรฐานนำร่อง (Pilot Standard) ที่จะนำมาจัดทำเป็นต้นแบบเพื่อเสนอให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องของไทยพิจารณากำหนดเป็นมาตรฐานของประเทศไทยต่อไป
   นอกจากนี้จะมีการจัดทำในลักษณะของฐานข้อมูลด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทย (Database of International Standardization System) เพื่อให้สะดวกต่อผู้ส่งออก และนำเข้าในการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะมีส่วนช่วยส่งเสริมการค้าการส่งออกของไทยได้
   โดยขณะนี้ สภาผู้ส่งออกฯ และสถาบันวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลมาตรฐานในส่วนของประเทศไทย และประเทศในกลุ่มอาเซียน และอาเซียน+6 ซึ่งตามกรอบระยะเวลาการดำเนินงานโครงการดังกล่าว คาดว่าโครงการฯ นี้จะแล้วเสร็จภายในเดือน เมษายน 2555 ซึ่งหากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ เชื่อว่าข้อมูลต่างๆ จะมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่งต่อผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการในระดับ SMEs ที่ต้องการบุกตลาดอาเซียน และอาเซียน+6 เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้ผุ้ประกอบการได้มีโอกาสตั้งรับ และพร้อมรุก สำหรับการเปิดตลาด AEC ในปี 2015 ที่กำลังจะถึง ซึ่งเชื่อว่า ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยสร้างแต้มต่อให้แก่ผู้ประกอบการไทยได้ไม่มากก็น้อย

10 ก.ย. 2556

เส้นทางแห่งอนาคตโลจิสติกส์


อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของจีนเผชิญกับโอกาสและความท้าทายมากมาย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังสนับสนุนอย่างเข้มแข็ง และอาจยอมให้เปิดลู่ทางใหม่ๆ ในประเทศเพื่อให้แข่งขันได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้นกับบริษัทโลจิสติกส์เดิมในระดับชาติหรือแม้กระทั่งในระดับโลก
แต่บริษัทที่ตั้งมานานแล้วก็อาจได้รับประโยชน์จากความสำเร็จนี้เช่นกัน ดังเห็นได้จากกลุ่มบริษัท China Ocean Shipping ซึ่งเป็นผู้ส่งสินค้าและโลจิสติกส์ระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดของจีน และใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลกเมื่อต้นปี พ.ศ. 2554 และภายใน 6 เดือนก็สามารถขึ้นสู่อันดับที่ 4 ของโลกโดยมีปริมาณการขนส่งถึง 650,000 TEU
การขนส่งแบบบูรณาการ (Integrated Transport) เป็นกระแสที่กำลังมาแรงในจีน มีการผสมผสานเส้นทางทางทะเลและทางบกเพื่อขนถ่ายสินค้าไปยังมณฑลที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน การขนส่งจากใจกลางประเทศไปสู่เมืองท่าสำคัญก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน ต้องขอบคุณการก่อสร้างเครือข่ายถนน การขุดลอกแม่น้ำ และการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ นอกจากนี้ การบูรณาการเส้นทางแบบอื่นๆ ก็เริ่มมีให้เห็นเด่นชัดขึ้น ในเมืองชายฝั่งของจีนบางแห่งเริ่มมีการรวมกลุ่มผู้ซื้อโดยบริษัทโลจิสติกส์ใหญ่ๆ เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมที่สุดและเพิ่มประสิทธิภาพ
วิธีการขนส่งแบบดั้งเดิมเช่นทางรถไฟหรือทางน้ำกำลังฟื้นคืนชีพในฐานะทางเลือกที่สำคัญ โดยมีการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อปรับปรุงและขยายเส้นทาง อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขนส่งทางรถไฟอาจเติบโตเร็วกว่าเดิมเนื่องจากการขยายระบบรางรถไฟอย่างรวดเร็วและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รัฐบาลจีนออกนโยบายที่สนับสนุนมากขึ้นรวมทั้งมาตรการเชิงบวกเพื่อการพัฒนาการขนส่งทางรถไฟ
ข้อบังคับแห่งชาติ 8 ประการของจีนที่เพิ่งประกาศไม่นานมานี้ให้ความสำคัญเร่งด่วนกับการจัดเก็บภาษีตามความเป็นจริง สิ่งนี้อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงที่น่ายินดีต่ออุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ซึ่งอัตราภาษีแบบคงที่เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
บริษัทโลจิสติกส์ยังอาจได้รับแรงจูงใจทางภาษีมากขึ้นจากการปรับนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล และหากมีการให้อัตราพิกัดศุลกากรแบบพิเศษโดยรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการส่งออก บริษัทต่างๆ จึงต้องมีความรู้และมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับท้องถิ่น เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบและมาตรการจูงใจต่างๆ

เป็นความจริงที่ว่า ทิศทางของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในจีนถูกผลักดันจากปัจจัยที่ชาติตะวันตกไม่คุ้นเคยหรืออาจไม่ยอมรับ เช่น การแทรกแซงหรือการชี้นำโดยรัฐบาล แต่เป็นไปได้อย่างยิ่งว่านโยบายและการควบคุมดูแลของรัฐบาลจีนนั้นจะสนับสนุนกิจกรรมโลจิสติกส์อย่างเข้มแข็ง
การก่อสร้างเขตอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ทางรถไฟ และท่าเรือถือเป็นงานสำคัญเร่งด่วน มีการให้ทุนสนับสนุน ให้เครดิตและการออกใบอนุญาตจึงไม่แปลกใจที่บริษัทในประเทศจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ
อย่างไรก็ตาม บริษัทต่างชาติก็มีโอกาสมากที่จะได้ประโยชน์จากการสนับสนุนโลจิสติกส์ของจีน เห็นชัดว่าจีนเล็งเห็นศักยภาพในการเติบโตและต้องการโครงสร้างพื้นฐานทางการขนส่งและโลจิสติกส์ระดับโลกเพื่อสนับสนุนความเจริญของประเทศ
เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เงินลงทุน 700 พันล้านหยวนจะถูกจัดสรรในแต่ละปีในโครงการรถไฟตามแผนพัฒนาประเทศ 5 ปีฉบับที่ 12 ก่อนสิ้นปี พ.ศ. 2558 เครือข่ายถนนจะเชื่อมต่อเทศบาลทั้งหมดได้ถึงร้อยละ 90 และเงินลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านหยวนจะถูกใช้ไปกับการพัฒนาการบิน ผลที่ตามมาคือโอกาสอันมหาศาลสำหรับบริษัทที่มีความทะเยอทะยาน มีกลยุทธ์ และมีขีดความสามารถในการดำเนินการที่แข็งแกร่งรวมทั้งมีไหวพริบในเรื่องซัพพลายเชน

21 ส.ค. 2556

20 หลักการเคลื่อนย้ายสินค้าใน Warehouse


การจัดการคลังสินค้าเป็นกุญแจสำคัญทางด้าน Supply Chainในด้านการหมุนเวียนของคลังสินค้า การเลือกสินค้า การส่งสินค้าไปยังจุดจ่ายทันทีที่รับสินค้า เพื่อทำให้มีการใช้พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพ สูงสุด รวมถึงระดับปริมาณสินค้าด้วย การใช้การจัดการแบบนี้จะทำให้ลดการพึ่งพาจำนวนพนักงานต่อไปนี้คือประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการนำหลักการเคลื่อนย้ายสินค้า 20 ข้อ ไปใช้ใช้ในการจัดการเพื่อการบริหารประสิทธิภาพในงานคลังสินค้า หลักทั่วไปในการหยิบและเคลื่อนย้ายของภายในคลังสินค้า
      1. Orientation Principle ท ำการศึกษาความสัมพันธ์ของระบบจากแผนที่กำลังใช้อยู่เพื่อที่จะสามารถทราบถึง วิธีการจัดการและปัญหาที่เป็นอยู่, ข้อจำกัดด้านกายภาพและเศรษฐศาสตร์ เพื่อที่จะสามารถกำหนดความต้องการและเป้าหมายในอนาคตได้ Study the system relationships thoroughly prior to preliminary planning in order to identify existing methods and problems, physical and economic constraints, and to establish future requirements and goals.
     2. Planning Principle เริ่มวางแผน โดยรวมความต้องการพื้นฐาน, ทางเลือกที่ต้องการ, และพิจารณาความที่เป็นไปได้ในการดูแลวัสดุและงานด้านการเก็บสินค้าเข้าไปในแผนด้วย Establish a plan to include basic requirements, desirable options, and the consideration of contingencies for all material handling and storage activities.
     3. Systems Principle น ำกิจกรรมด้านงานดูแลและการเก็บสินค้าเข้าไปในระบบ ซึ่งดูถึงความเป็นไปด้านในแง่เศรษฐศาสตร์ โดยรวมงานด้านการรับของ, การตรวจ, การเก็บ, การผลิต, การประกอบ, การบรรจุหีบห่อ, การคลังสินค้า, การนำส่งสินค้า, และการขนส่ง Integrate those handling and storage activities which are economically viable into a coordinated system of operation including receiving, inspection, storage, production, assembly, packaging, warehousing, shipping and transportation.
     4. Unit Load Principle จัดการสินค้าให้เป็นหน่วยใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ Handle product in as large a unit load as practical.
     5. Space Utilization Principle บริหารพื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด Make effective utilization of all cubic space.
     6. Standardization Principle กำหนดวิธีการดูแลสินค้าและอุปกรณ์ให้เป็นมาตรฐานทุกที่ที่เป็นไปได้ Standardize handling methods and equipment wherever possible.
     7. Ergonomic Principle ต้องทราบถึงความสามารถและข้อจำกัดด้านสรีระของมนุษย์เพื่อที่จะสามารถออกแบบอ ุปกรณ์และขบวนการดูแลสินค้า เพื่อให้เกิดการใช้งานระหว่างผู้ใช้กับระบบเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด Recognize human capabilities and limitations by designing material handling equipment and procedures for effective interaction with the people using the system.
     8. Energy Principle รวมข้อมูลการใช้พลังงานของระบบดูแลวัสดุและขบวนการดูแลวัสดุทุกครั้งเมื่อมีการเปรียบเทียบหรือเตรียมการปรับปรุงให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุด Include energy consumption of the material handling systems and material handling procedures when making comparisons or preparing economic justifications.
     9. Ecology Principle ทำให้เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เมื่อมีการเลือกอุปกรณ์และขบวนการดูแลวัสดุ Minimize adverse effects on the environment when selecting material handling equipment and procedures.
     10. Mechanization Principle นำเครื่องจักรเข้ามาเมื่อพิจารณาแล้วว่าเกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป Mechanize the handling process where feasible to increase efficiency and economy in the handling of materials.
     11. Flexibility Principle ใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่สามารถนำไปใช้กับงานหลายๆงานภายใต้สภาพหรือเงื่อนไขที่หลากหลายได้ Use methods and equipment which can perform a variety of tasks under a variety of operating conditions.
     12. Simplification Principle ทำการดูแลให้ง่ายๆเข้าไว้ อาจทำได้โดยการยกเลิก, การลด,หรือควบรวม การเคลื่อนไหวและหรืออุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น Simplify handling by eliminating, reducing, or combining unnecessary movements and/or equipment.
     13. Gravity Principle ใช้ประโยชน์ของแรงดึงดูดโลกทุกเวลาเท่าที่เป็นไปได้ โดยต้องพิจารณาถึงความปลอดภัย, ความเสียหายและการสูญหายต่อสินค้า Utilize gravity to move material wherever possible, while respecting limitations concerning safety, product damage and loss.
     14. Safety Principle จัดหาอุปกรณ์ดูแลวัสดุและวิธีการซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม เพื่อให้ปลอดภัยมากกว่าประสบการณ์ที่มีอยู่แล้ว Provide safe material handling equipment and methods which follow existing safety codes and regulations in addition to accrued experience.

     15. Computerization Principle พิจารณาการนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้กับการเก็บและดูแลวัสดุ เมื่อจำเป็นต้องปรับปรุงการควบคุมวัสดุและข้อมูล Consider computerization in material handling and storage systems, when circumstances warrant, for improved material and information control.
     16. System Flow Principle รวมการไหลเวียนข้อมูลเข้ากับการไหลของวัสดูในการดูแลและเก็บที่เกิดขึ้นจริงุ Integrate data flow with the physical material flow in handling and storage.

     17. Layout Principle เ ตรียมขั้นตอนการปฏิบัติงานและการจัดตำแหน่งอุปกรณ์ในทุกทางเลือกที่คิดว่าสา มารถแก้ปัญหาได้ หลังจากนั้นเลือกระบบที่เหมาะสมทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผล Prepare an operational sequence and equipment layout for all viable system solutions, then select the alternative system which best integrates efficiency and effectiveness.
     18. Cost Principle เปรียบเทียบความคุ้มด้านการเงินของทางเลือกอุปกรณ์และวิธีการ โดยการคำนวนจากประสิทธิภาพที่สามารถคำนวณจากค่าใช้จ่ายต่อหนึ่งหน่วยที่ดูแล Compare the economic justification of alternate solutions in equipment and methods on the basis of economic effectiveness as measured by expense per unit handled.
     19. Maintenance Principle เตรียมแผนการป้องกันและตารางการซ่อมแซมอุปกรณ์ทุกชิ้น Prepare a plan for preventive maintenance and scheduled repairs on all material handling equipment.
     20. Obsolescence Principle เตรียมแผนระยะยาวเมื่อจำเป็นต้องทดแทนอุปกรณ์ที่ล้าสมัยและโดยพิจารณาค่าใช้จ่ายหลังรอบการเสียภาษี Prepare a long range and economically sound policy for replacement of obsolete equipment and methods with special consideration to after-tax life cycle costs
     สำหรับข้อดีในการนำ cross dock มาใช้ เร่งอัตราการหมุนเวียนของสินค้า และเพิ่มอัตราการหมุนเวียนภายในสินค้าคงคลัง ลดค่าใช้จ่ายด้านการจัดการดูแลสินค้าที่ cross dock ช่วยในการจัดการบริหารการขนส่งสินค้าที่หลากหลายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยส่งเสริมให้ลูกค้าที่ใช้ระบบ JIT(Just In Time) สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ช่วยปรับปรุงการใช้อุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
     -ลดความต้องการใช้พื้นที่สำหรับการจัดเก็บได้
     -ลดความเสียหายของสินค้าที่เกิดขึ้นจากการหยิบจับสินค้าที่ลดลง

     -ลดความเสียหายจากการที่สินค้าหมดอายุหรือไม่ทันสมัยอันเนื่องมาจากการเก็บในคลังสินค้านานเกินไป
     -ลดการสูญหายของสินค้าเนื่องมาจากการลักขโมย อันเนื่องมาจากการหมุนเวียนสินค้าที่รวดเร็ว ช่วยเร่งการจ่ายเงินให้กับผู้ผลิตเร็วขึ้น เป็นผลทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีกันมากขึ้น

     -ลดงานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสินค้าคงคลัง

ขอบคุณข้อมูลจาก : logisticsthailand.com